บทที่ 5 ดีเจเล่ห์รัก EP.5
บทที่2
กีรตินั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ บนหน้าจอนั้นแสดงรูปภาพของหญิงสาวที่เขากำลังจะไปดินเนอร์ด้วย รอยยิ้มของเธอคนนี้สดใสจนเขาต้องยิ้มตาม
ภาพเมื่อคืนลอยวนเข้ามาในสมอง รอยยิ้มยั่วยวนชวนขึ้นเตียงคงเป็นอีกด้านหนึ่งของเธอ จากที่ได้ส่องเฟซบุ๊กทั้งวันมันทำให้เขาคิดแบบนั้น
หากจะบอกว่าเธอเรียบร้อยอ่อนหวานเขาก็เชื่อ เพราะไลฟ์สไตล์ของเธอที่ปรากฏอยู่ในเฟซบุ๊กมันบอกเขาอย่างนั้น
ชายหนุ่มกดส่งคำขอเป็นเพื่อนถึงครีม เพื่อนสนิทของหญิงสาวที่เขาจะต้องไปดินเนอร์ด้วย เขาเห็นชื่อจากการแท็กกันในเฟซบุ๊ก ไม่นานนักครีมก็รับเขาเป็นเพื่อน อีกทั้งยังกดส่งข้อความเข้ามา
Cream : โอ้โหพี่กาย นึกอะไรเนี่ยถึงแอดเฟซครีมมา ครีมแอดไปตั้งนานไม่ยอมรับจนยกเลิกไปแล้ว
กีรติอ่านข้อความแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย ครีมเป็นแฟนของบอลเพื่อนร่วมคลาส สมัยเรียนของเขานั่นเอง
Guy Guy : ตอนนั้นสาว ๆ เต็มอะ รับแอดไม่ได้ 555
Cream : แหมมมม แล้วนี่แอดมาทำไมคะ ที่ว่างเหลือเหรอ ถึงแอดน้องได้เนี่ย
Guy Guy : 555 พี่จะถามเรื่องเพื่อนครีมอะ ที่พี่จะต้องไปดินเนอร์ด้วย
Cream : อ๋อ ลูกปัด พี่กายจะถามเรื่องอะไรคะ
Guy Guy : เขาเป็นคนยังไงอะ พี่ส่องเฟซเขาดู เขาเรียบร้อยนะ แต่ว่าวันนั้นที่เจอเขาดูไม่ได้เรียบร้อยแบบนั้นนะ
Cream : ลูกปัดก็ไม่ได้ถึงขั้นเรียบร้อยขนาดนั้นแต่ก็ไม่ใช่คนเปรี้ยวแซ่บ กลาง ๆ อะพี่ แต่ถ้าพี่หมายถึงที่ลูกปัดไปยิ้มหวานเยิ้มใส่พี่อะ เป็นเพราะว่าลูกปัดเมา
Guy Guy : เมา...
Cream : ใช่ เมา ลูกปัดเมาแล้วหื่นอะ ขนาดบันนี่ไม่ใช่ชายแท้ลูกปัดยังไล่ปล้ำเลย
Guy Guy : อ๋อ แบบนี้นี่เอง
เขากดตอบพร้อมกลั้วหัวเราะอยู่เพียงลำพัง เมาแล้วหื่นแบบนี้ไม่รู้จะเรียกว่าโชคเข้าข้างเขาหรือเปล่า เพราะจะได้มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันถึงสองคืน หากคืนเคานต์ดาวน์เธอเมาขึ้นมา อาจตกเป็นเมียเขาได้เลย
Cream : พี่อย่าไปบอกลูกปัดนะว่าครีมบอกเนี่ย แล้วพี่ไปดินเนอร์กับลูกปัด ก็ห้ามมอมเหล้านะ
Guy Guy : 555 สบายใจได้
Cream : ทำแน่นอนใช่ไหม
Guy Guy : ใช่ 555
Cream : ตลกแล้ว! นี่พี่กายลูกปัดก็ทำงานที่บริษัทพี่นะ อยู่แผนกบัญชี
Guy Guy : อ๋อ โอเค ขอบใจมากนะครีม แล้วพี่จะซื้อของมาฝาก
Cream : ค่า ขอบคุณล่วงหน้าค่า
กีรติปิดหน้าจอแชทลง และไล่ดูเฟซบุ๊กของหญิงสาวผู้นั้นต่อ เขาเลื่อนลึกลงมาเรื่อย ๆ เก็บข้อมูลของเธอเข้าสมอง เพื่อที่วันไปเที่ยวเขาจะได้ทำตัวถูก
จะว่าไปเธอคนนี้ก็ถูกใจเขาไม่น้อยรูปร่างหน้าตาตรงสเปกเขาทุกอย่าง จะเหลือก็แต่นิสัย ที่เขาต้องดูว่าจะเข้ากันได้มากน้อยขนาดไหน
เขาเห็นนนท์และเจมีแฟน มีความสุขหวานชื่นแล้วเขาอยากจะมีบ้าง ถึงตอบปากรับคำจากเฮียและเจ๊เจ้าของผับ ให้เขาเป็นรางวัลพิเศษ เขาหวังไว้ว่าจะได้เจอคนที่ถูกใจแล้วได้พัฒนามาเป็นแฟน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือของขวัญจากซานต้ากันแน่ ที่คืนวันคริสต์มาสเขาถึงได้เจอกับเธอคนนี้
ถูกใจไปแล้ว 80% เหลือที่ต้องทำความรู้จักเพิ่มเติม...
“อะ พี่กายเบอร์โทรของเจ้าของรถที่ก้อยเช่าไว้ ก้อยยืนยันเขาแล้วนะว่าไปแน่นอน” ก้อย กุสุมา น้องสาวแท้ ๆ ของเขาเดินเข้ามาภายในห้องนอนโดยที่ไม่ได้เคาะประตูก่อน
ชายหนุ่มกดปิดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ไม่ให้น้องสาวตัวเองได้เห็น เขารับกระดาษแผ่นเล็กที่ก้อยยื่นมา เบอร์โทรพร้อมชื่อของคนที่จะนำรถมาให้ที่สนามบินถูกเขียนอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น
“ขอบใจ แล้วนี่จ่ายไปทั้งหมดกี่บาทแล้ว พี่จะโอนคืนให้” กีรติเลิกคิ้วขึ้นรอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายที่ทำท่าคิดอยู่ “ไว้ส่งไลน์มาก็แล้วกันถ้าจะคิดนานขนาดนี้”
“คิก ๆ ได้ เดี๋ยวก้อยรวมยอดแล้วจะส่งไปให้”
“อืม”
แม้คนเป็นพี่จะตอบตกลงแล้วแต่น้องสาวอย่างก้อยก็ยังไม่ยอมออกจากห้อง จนเจ้าของห้องเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม ก้อยจึงหย่อนสะโพกนั่งลงบนเตียงก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ จ้องตาพี่ชายค้างไว้
“พี่กายไปกับใครอะ” เธอจ้องตาจับผิด หากคำตอบสวนทางกับอาการที่แสดงออก แปลว่าพี่ชายเธอโกหก
“เรื่อง ของ พี่!” กีรติตอบนิ่ง ๆ เขายกฝ่ามือขึ้นดันหน้าผากน้องสาวให้เธอขยับออกห่าง
“งื้อ พี่กายอะ บอกก้อยหน่อยดิพี่ไปกับใคร”
“ไม่บอก!” เขาตอบใส่หน้าน้องสาว แล้วทำท่าจะล้มตัวลงนอน
“ถ้าพี่กายไม่บอกก้อย เวลาพี่พาเขามาบ้านก้อยจะเป่าหูเขาจนเขาเลิกกับพี่เลยคอยดู”
กีรติชะงักนิ่ง เขาตวัดสายตาดุใส่น้องสาวแล้วตอบกลับไป “คนนี้พี่อยากจริงจัง ก้อยห้ามแกล้ง!”
“หูยยย ไปกับสาวจริง ๆ ด้วย เดาไว้ไม่มีผิดเลย” ก้อยเบิกตาโตด้วยความตื่นเต้น เธอเดาไว้แล้วว่าพี่ชายของเธอต้องพาสาวไป แต่เธอก็ยังสงสัยว่าสาวคนนั้นเป็นใครถึงได้มาถาม
ในตอนแรกเธอเสนอทริปนี้ให้พี่ชาย เพราะคนรักของเธอดันไปจองอีกทริปหนึ่งไว้ แต่พี่ชายเธอปฏิเสธ จะให้เขาไปในสถานที่โรแมนติกที่จัดไว้เพื่อคู่รักแล้วต้องไปกับเพื่อนผู้ชายอีกคนที่ยังโสด ก็คงรู้สึกแปลกจึงไม่รับทริปนี้
แต่จู่ ๆ พี่ชายก็กลับมาบ้านพร้อมกับออกปากสั่งว่าห้ามยกเลิกเด็ดขาด เขาจะไปทริปนี้เอง เธอจึงคิดว่าเขาต้องพาสาวไปแน่นอน!
“ไม่ต้องรู้สักเรื่องได้ไหม” กีรติถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงกวน ๆ จนคนเป็นน้องยู่ปากใส่
“ก็อยากรู้นี่นาว่าใครกันที่จะไปสวีตกับพี่กาย” ก้อยยิ้มกริ่ม มาแรงถึงขั้นพาไปเที่ยวไกล ๆ แบบนี้ต้องมีอะไรพิเศษสิ อีกทั้งพี่ของเธอยังออกปากอีกว่าอยากจริงจังด้วย เธอยิ่งอยากรู้มากขึ้น
“ไว้ถ้าเข้ากันได้พี่จะพามาเจอเอง... ออกไปได้แล้ว” กีรติยกมือขึ้นโบกไล่ให้ก้อยออกไป
น้องสาวเห็นว่าไม่มีประโยชน์หากจะนั่งอยู่ต่อ เพราะถามไปพี่ชายเธอก็ไม่ยอมบอก เธอจึงยอมเดินออกไป แต่ยังไม่ทันพ้นประตูก็ต้องเดินถอยหลังเข้ามา
กีรติมองตามแล้วย่นคิ้วเข้าหากันด้วยความงง ทำไมก้อยถึงทำหน้าตาตื่นแล้วเดินถอยเข้ามาแบบนั้น แต่ครู่หนึ่งความสงสัยก็หายไป เมื่อหญิงสาววัยกลางคนที่ยังคงสวมเสื้อผ้าคลายหนาวเดินเข้ามาพร้อมสามี
พ่อและแม่ของพี่น้องคู่นี้เพิ่งกลับจากทริปเที่ยวต่างประเทศ อันที่จริงกำหนดกลับกลางเดือนหน้านี่นา แต่ทำไมวันนี้ถึงกลับมาแล้ว
“พ่อ แม่ กลับมาทำไมอะ” กีรติเอ่ยถามด้วยความตกใจ เขารีบยกมือขึ้นปิดปากเพราะพลั้งปากไปถามแบบนั้น คำถามดูเหมือนไม่อยากให้พ่อแม่กลับบ้านงั้นแหละ
คนเป็นพ่อกลั้วหัวเราะเล็กน้อยให้กับท่าทางของลูกชาย ผิดกับคนเป็นแม่ทำหน้าดุใส่
“แกจะทำไหมงานน่ะ ถ้าไม่ทำแม่จะได้หยุดจ่ายเงินเดือนให้แก” กนกวรรณเอ่ยปากถาม เธอมองค้อนใส่ลูกชายแล้วหันไปจ้องหน้าลูกสาวแทน “เราด้วยนะยัยก้อย ช่วยพี่ชายดีนักแม่จะหักเงินเดือน”
“อะไรล่ะแม่ ก็พี่กายเขาไม่มาเองอะ” ก้อยรีบเข้าไปกอดอ้อนแม่ เกรงว่าถ้าแม่ยังโมโหเธออาจจะโดนตัดเงินเดือนจริง ๆ
“เดี๋ยวหลังปีใหม่ผมจะไปทำงานครับ” กีรติพูดอย่างจริงจัง ถึงพ่อแม่ไม่กลับมาขู่ เขาก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปทำงาน
“แน่ใจนะ” กนกวรรณมองหน้าลูกชายอย่างจับผิด แต่อีกฝ่ายก็ยังคงทำหน้าจริงจังเช่นเดิม
“แน่ใจครับ กลับไปทำแน่นอนแต่ผมขอทำวันจันทร์ถึงพุธนะครับ พฤหัสกับศุกร์ผมขอไปดูโชว์รูม”
“ถ้าแกไม่คิดจะทิ้งงานที่บริษัทแม่ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าแกยังไม่ยอมไปทำเลยแม่ก็จะไม่จ่ายเงินเดือนให้”
“ครับ ผมไปแน่นอนครับ”
กนกวรรณพยักหน้ารับ เห็นว่าครั้งนี้ลูกชายจริงจังมากเป็นพิเศษจึงไม่ติดใจอะไร เธอควงแขนสามีออกจากห้องนอนของลูกชายไป
ก้อยหันมาทำท่าเชือดคอใส่พี่ชายแล้วรีบเร่งฝีเท้าเดินหนีออกจากห้อง พร้อมปิดประตูให้เจ้าของห้องเรียบร้อย
